“สมุดปกขาวอากาศสะอาด”  

ปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้วอยู่ในระดับที่วิกฤติ ประชาชนไทยเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก จากการรายงานของสถาบันวิจัยนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2561 ที่พบว่าในปี พ.ศ.2559 มีประชากรไทย ถึงร้อยละ 75 อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศเกินกว่าระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือการที่รัฐไทยกำหนด “เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศ” ของประเทศที่ยินยอมให้มีระดับของมลพิษในอากาศของไทย สูงกว่าระดับที่องค์กรอนามัยโลกแนะนำไว้ถึงสองเท่า จึงเป็นเหตุให้คนไทยเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรถึง 2.1 ปีโดยเฉลี่ย ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ในระดับพื้นที่แล้ว พบว่าผู้คนในกรุงเทพมหานครเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรถึง 2.4 ปีโดยเฉลี่ยและพื้นที่ที่เลวร้ายที่สุดในประเทศคือจังหวัดเชียงรายที่มีสถิติอยู่ที่ 3.9 ปีโดยเฉลี่ย ซึ่งรายงานฉบับนี้ประกอบกับข้อมูลหลักฐานทางวิชาการและข้อค้นพบจากการศึกษาวิเคราะห์ของเครือข่ายอากาศสะอาด ทำให้พบว่า รากฐานที่สำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศคือ การที่รัฐไทยให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ดังนั้นการจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นงานที่ยากและซับซ้อน เครือข่ายอากาศสะอาด จึงได้วางแนวทางการทำงานร่วมกัน  ซึ่งได้เริ่มต้นจัดทำเอกสารเพื่อนำเสนอกรอบแนวคิด (concept paper) ในการทำความเข้าใจและการจัดการปัญหาอย่างรอบด้านและเป็นระบบ เป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันของผู้คนในสังคมเพื่อจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเอกสารฉบับแรกเรียกว่า “สมุดปกขาวอากาศสะอาด” (Clean Air White Paper) เป็นเอกสารที่มุ่งเน้นการนำเสนอความรู้และแนวคิดพื้นฐานในการจัดการปัญหาที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรมีความเข้าใจที่ตรงกัน

การทำความเข้าใจเก้าประเด็นพื้นฐาน ในสมุดปกขาวอากาศสะอาด ช่วยให้เห็นว่าปรากฏการณ์วิกฤติคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้น เป็นเพียงส่วนยอดที่โผล่พ้นน้ำของ “ภูเขาน้ำแข็ง” (Tip of the Iceberg) ที่มีส่วนมหึมาที่อยู่ใต้น้ำคือโครงสร้าง (structure) และแนวคิด (mental model) ที่เป็นทั้งสาเหตุของปัญหาและเป็นอุปสรรค ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน ดังนั้นในประเด็นที่ (9) “การจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนควรดำเนินการอย่างไร?” จึงได้เสนอให้มีการจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างและแนวคิด  ซึ่งได้แก่ การปฏิรูปกฎหมายและกลไกการบังคับใช้กฎหมาย ที่เรียกว่า กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) และองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency) โดยใช้กระบวนการและแนวคิดการปฏิรูปจากข้างล่าง (bottom-up) ที่เกิดจากความต้องการและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของประชาชน และที่สำคัญคือ การปฎิรูปแนวคิดโดยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm shift)  จากการมุ่งเน้นการลดมลพิษ (air pollution) ที่เป็นตัวก่อโรค (diseases) ไปสู่การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่ออากาศสะอาด (clean air) ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของสุขภาวะ (health and well being) โดยการให้ความสำคัญกับสิทธิประการหนึ่งที่สำคัญต่อสุขภาพของประชาชน คือ “สิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาด” (Right to Breathe Clean Air)


Thailand is today the world’s seventh-most polluted country. Air pollution shortens the average Thai’s life expectancy by 2.4 years on average, relative to what it would have been if the World Health Organization (WHO) guideline for long-term fine particulate matter (PM2.5) pollution were met. Some areas of Thailand fare much worse than average, with air pollution shortening lives by more than four years in the most polluted regions.   This is because Thailand’s air pollution standards currently set safety levels for fine particulate matter at levels that are around twice the threshold levels recommended by the WHO.  This disparity is driven by the Thai state’s prioritization of economic growth over environmental issues and the health of the Thai population.

Managing air pollution issues is a highly complex and multifaceted endeavor.  Therefore, the Thailand Clean Air Network has adopted the approach to tackle this as an open and collaborative effort.  The group has jumpstarted the process by introducing concept papers to build an understanding of the issue and to manage the problem with a comprehensive and methodological approach.  These concept papers are meant to inform the general public concisely about a complex issue, to guide the framework on this matter and to table suggested solutions going forward.  The Clean Air White Paper was focused on disseminating knowledge and to guide the philosophy in tackling the problems that all parties should embrace to be on the same level of understanding.  

To fully grasp the fundamental issues underpining the air pollution crisis, the clean air white paper delves into the manifestation of this situation, which is, in fact, merely just the tip of the iceberg.  That is to say, there are huge structural and mental model issues that remain visibly hidden underneath the iceberg below the water surface.  They are both the cause and obstacles to resolving this air pollution crisis efficiently and on a sustained basis.  To this end, the 9th issue outlined in this clean air white concept paper touches upon “what needs to be done to resolve this problem sustainably?”  The tabled solution is to tackle the problem at both at a structural level, but also to address the underlying paradigm.  This is achieved through law reform and changes to the supporting implementation process with the passage of the Thai Clean Air Act and the establishment of a Thai environmental protection agency.  The methodology and paradigm will require the use of a bottom-up process.  In other words, this requires a bona fide input and from a wide spectrum of civil society.  A even more critical issue is to spreadhead a reform in the thought process at a societal level.  That is to incite a societal paradigm shift that refocuses the issue from air pollution as a cause of disease, to the environmental protection needed to bring about clean air which is crtically important for good health and well-being.