การจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นงานที่ยากและซับซ้อน เครือข่ายอากาศสะอาด จึงได้วางแนวทางการทำงานร่วมกันโดยอาศัยการทำงานที่เชื่อมประสานทั้งการทำงานทางวิชาการ การเคลื่อนไหวทางสังคม และการเชื่อมโยงกับกลไกและองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยในการทำงานทางวิชาการ ใช้แนวทางแบบสหวิชาชีพ (multidisciplinary approach)

เครือข่ายอากาศสะอาดมีเป้าหมายเพื่อผลักดันและหนุนเสริมกระบวนการขับเคลื่อนทางสังคม (Social Movement) ในประเทศไทยเพื่อ “สิทธิของประชาชนที่จะหายใจอากาศสะอาด” (Right to Breathe Clean Air) โดยมีเป้าหมายในการหนุนเสริมให้

1.ประชาชนมีข้อมูลและเครื่องมือที่จะช่วยปกป้องสิทธินี้และช่วยส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจและความ  ตระหนักสิทธินี้ของตน
2.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธินี้อย่างรอบด้าน
3.ประชาชนมีความตระหนักที่จะมีส่วนร่วมในการเรียกร้องและเข้าถึงสิทธินี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน

“สิทธิของประชาชนที่จะหายใจอากาศสะอาด Right to Breathe Clean Air”

เนื่องจากสิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาดเป็นเรื่องที่ยอมรับในระดับสากลแต่ยังเป็นสิ่งที่ใหม่ในสังคมไทย ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจ จึงยังไม่ตระหนักว่าตนเองมีสิทธิดังกล่าว ซึ่งความไม่ตระหนักนี้นำไปสู่ความไม่พร้อมที่จะเรียกร้องสิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาด ขณะเดียวกัน รัฐไทยเองก็ยังไม่ได้รับรองสิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาดอย่างชัดแจ้งแยกออกมาเป็นสิทธิอีกประเภทหนึ่ง แต่จะต้องอาศัยการตีความสิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาดผ่านสิทธิในชีวิต (Right to Life) และสิทธิในสุขภาพ (Right to Health) จึงจำเป็นต้องผลักดันให้มีกฎหมายอากาศสะอาด ที่มีเนื้อหาสองด้าน คือ การรับรองสิทธิของประชาชนที่จะหายใจอากาศสะอาด และการกำหนดหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้สิทธิดังกล่าวของประชาชนเกิดขึ้นได้จริง โดยกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง (Progressive Realization of Rights) เริ่มจากการที่รัฐต้องเคารพ (respect) สิทธินี้ของประชาชน ปกป้อง (protect) สิทธินี้จากบุคคลที่สามที่มาละเมิด และทำให้สามารถบรรลุเป้าหมาย (fulfill) ของสิทธินี้ได้ในที่สุด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องอาศัยการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนและใช้เวลามาก

เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้น และได้รับการผลักดันให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง คือ กระบวนการขับเคลื่อนทางสังคม (social movement)  โดยอาศัยพลังทางสังคมเป็นแรงผลักให้เกิดกระแสการตื่นตัว จากการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตระหนักรู้ถึงอันตรายของการมีชีวิตอยู่ในอากาศที่ไม่ดี และรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐต้องจัดการให้สิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาดเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น เครือข่ายอากาศสะอาด พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจึงมีความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวจุดกระแสความตื่นรู้ของสังคมในเรื่องดังกล่าว อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของกระบวนการขับเคลื่อนทางสังคมที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำไปสู่ เป้าหมายร่วมกันคือการที่คนทุกคนในประเทศไทย ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในผืนแผ่นดินเดียวกัน ควรจะต้องมีสิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อที่ว่าทุกคนจะสามารถมีสิทธิในสุขภาพที่ดี และมีสิทธิในชีวิตที่มีคุณภาพได้อย่างแท้จริง


Addressing the problem of air pollution is a difficult and complex undertaking.  As such, the Thailand Clean Air Network is organized as a collaborative effort that combines the wealth of knowledge from academic institutions with a well-coordinated social movement that operates in tandem with policy-makers and private sector entities. This multidisciplinary approach is, therefore, one of the core tenets of this group.     
The Thailand Clean Air Network’s mission is to advocate and support the social movement in Thailand in order to protect the right of every Thai citizen to breathe clean air.  The goals of the group are to:

1) Provide information and tools to the general public so that everyone can protect their right to breathe clean air; and in so doing, create acknowledgement, at an individual level, of this inalienable right.
2) Enable the general public to have an in-depth and comprehensive awareness and understanding about their right to breathe clean air;
3) Support the general public in exercising their rights to demand the protection and access to clean air for all on an equal basis.

“The right of every Thai citizen to breathe clean air”

Although the right to breathe clean air is well recognized internationally, it is a fairly unfamiliar concept amongst the Thai general public.  Most Thais do not know or understand their right to breathe clean air, therefore they lack the awareness that they even possess this right. Furthermore, the Thai state has not delineated the right to breathe clean air as a separate right, but it is currently a derived right that stems from the right to life and the right to health. Therefore, it is imperative to push for the passage of the Thai Clean Air Act that would accord both the right of the general public to breathe clean air as well as the obligation of the state to ensure the full protection of this right.  The latter needs to be manifested in a stepped manner in order to ensure the progressive realization of rights.  To this end, the Thai state must begin by first respecting the right the Thai public, then protecting the right of the public from third parties violating this right, and eventually fulfilling the state’s role in this regards.  This entire process requires working in collaboration in sequential stages and this will take time.  The important pre-condition to ignite and propel this forward sustainably is the birth of the social movement process.  In other words, the reliance upon the power of an awaken society that has been galvanized through public education and public awareness building campaigns.  These campaigns seek to build public understanding about the air pollution situation and the resultant adverse health impact.  This, in turn, would then propel an awaken society to demand that the state take all required measures to ensure the protection of the collective right to breathe clean air on a sustained basis.