เครือข่ายอากาศสะอาด
(Clean Air Network Thailand)

มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) แม้เป็นภัยคุกคามสุขภาพที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นับเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย ที่เพิ่งเกิดความตื่นตัวกันอย่างมากในช่วงต้นปี พ.ศ.  2562  เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ของประเทศ มีปริมาณของ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 2.5 ไมครอน หรือ “พีเอ็ม 2.5” สูงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ จนกระทั่งรัฐบาลได้ประกาศให้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เป็นวาระแห่งชาติในวันที่12 กุมภาพันธ์ 2562 ในขณะที่ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือที่ไม่ได้รับความสนใจจากสังคมไทยโดยรวมมากนักแม้เป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนานมากกว่าสิบปี มาในปี 2562 ก็มีความรุนแรงและยาวนานมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุประกอบกันทำให้สังคมไทยตื่นตัวมากขึ้นกับปัญหาของคุณภาพอากาศใช้หายใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะความวิตกกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากการหายใจอากาศที่ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย

“วิกฤตคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ของประเทศ มีปริมาณของ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 2.5 ไมครอน หรือ “พีเอ็ม 2.5” สูงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ”

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว นอกจากหน่วยงานรัฐแล้ว ยังมีนักวิชาการ บุคลากรวิชาชีพ และภาคประชาชนออกมาให้ความรู้และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการจัดการปัญหา รวมถึงมีการรวมตัวกันเพื่อร่วมกันคิดและทำความเข้าใจกับปัญหาและหาทางออกทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างยั่งยืน มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานและสถาบันต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามมีภาคประชาสังคมกลุ่มหนึ่งที่มีความตื่นตัวในเรื่องมลพิษทางอากาศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ที่ความไม่ชัดเจนของภาครัฐในการออกมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและเหมาะสมต่อปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ได้ทำให้เกิดการรวมตัวกันนำมาสู่การศึกษาและการสร้าง Facebook Page ชื่อ “ไทยพร้อม” สำหรับเผยแพร่ข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติของมลพิษทางอากาศในช่วงต้นปี พ.ศ. 2562 จึงได้มีการขยายเครือข่ายไปสู่ สถาบันหน่วยงานในทุกภาคส่วนรวมทั้งองค์กรต่างประเทศ โดยได้ขยายความร่วมมือเป็นกลุ่มของภาคประชาสังคมและนักวิชาการที่รวมตัวกันทำงานแบบจิตอาสา มีการจัดเวทีสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยใช้ชื่อว่า “ไทยพร้อมล้อมวง” จำนวนกว่า 8 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยมีผู้สนับสนุนหลัก คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และไทยพีบีเอส ซึ่งการจัดเวทีดังกล่าวและการจัดวงคุยย่อยอีกหลายครั้ง ได้ทำให้เกิดเครือข่ายการทำงาน ที่มีการขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีจำนวนภาคีมากกว่า 60 องค์กร และมีการทำงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ผ่านกลุ่มไลน์หลายกลุ่มที่บางกลุ่มมีสมาชิกหลายร้อยคน  เพื่อทำความเข้าใจ และหาแนวทางแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยตั้งชื่อเครือข่ายว่า “เครือข่ายอากาศสะอาด”


Although the health dangers of air pollution is known globally over many years, the level of public awareness in Thailand is at a very nascent state.  It was ignited only in early 2019 with the air pollution episodes in Bangkok and in many regions of Thailand, where the PM 2.5 (or Particulate Matter 2.5) levels exceeded thresholds considered safe for human health.  This situation deteriorated to the point that, by February 12, 2019, the Thai Government declared the fight against air pollution to be on the national agenda.  The Thai northern haze, an occurrence prevalent for more than a decade, and has not, unfortunately, garnered as much public attention, also deteriorated significantly earlier in the year.  Both of these air pollution episodes catapulted public awareness and concerns about the polluted air that we are breathing in for the sustenance of our lives and the related health impact.

“The PM 2.5 (or Particulate Matter 2.5) levels exceeded thresholds considered safe for human health.”

In the midst of this situation, besides governmental agencies, people from academia, professional bodies and civil society have all stepped forward to publicly disseminate knowledge and suggest solutions. Many groups have been formed to jointly analyze the situation and to offer short-term, medium-term and long-term solutions through a myriad of public events.  However, one grassroots citizen group has been actively following this situation since early 2018, driven by the grave concern about the inadequacy of the official response to the air pollution episode in Bangkok since late 2017.  The group took measures into their own hands to gain a deeper understanding of the situation and attempted to solicit interest through official channels, but the effort fell short then in gaining traction.  However, when the air pollution episode re-occurred in Bangkok in early 2019, the group was able to swiftly disseminate a significant body of knowledge publicly on a regular basis through a Facebook page called “ThaiPrompt.” Furthermore, it galvanized support from academic professionals from various disciplines to collaborate on a voluntary basis and organized eight public information forums with partial support from the Thai Public Health Foundation, the Thai National Health Commission Office and the Thai Public Broadcasting Service.  Through these public forums, alongside numerous private discussion sessions, the group was able to expand its reach into a broader network that now includes over 60 Thai organizations as well as a number of international bodies.  This broader group regularly exchanges knowledge and knowhow on air pollution issues through social media chat groups with membership that now number in the hundreds.  This group is called the “Thailand Clean Air Network.”